ธรรมะของพระพุทธเจ้ายังคงจริงอยู่ และประจักษ์ได้ในจิตใจ
“ธรรมะของพระพุทธเจ้ายังคงจริงอยู่ และประจักษ์ได้ในจิตใจ”
ใครก็ตามที่ได้เรียนรู้
ได้ประสบพบเจอกับสภาวะที่มันเกิดขึ้นกับใจตัวเอง
จะรู้เลยว่า ธรรมะที่พระพุทธเจ้าท่านแสดง
แม้จะผ่านกาลเวลามา 2,560 กว่าปีแล้ว
ธรรมะนี้ก็ยังคงจริงอยู่
ยังประจักษ์ชัดเจนอยู่ในจิตใจ
ยังร่าเริง ยังเบิกบาน
คือแบบรู้เลยว่า มันเป็นอีกโลกหนึ่ง
โลกของธรรมะ
เป็นโลกที่พอ อยู่ภายในจิตใจ
เป็นความสันโดษ
❁ ❁ ❁
เมื่อใจได้สัมผัสกับความสงบเพียงแค่ขณะเดียว
จะรู้สึกว่า นี่เป็นสมบัติที่แช่มชื่นที่สุดแล้ว
ในโลกนี้ไม่มีอะไรยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี
มันจะประจักษ์ขึ้นมาอยู่ในสมบัติ คือใจตัวเอง
เป็นความสุขที่ไม่สามารถเอาภาษาไหนเข้าไปใส่ได้
แม้ไม่พูดมันก็ล้น
เป็นความสุขที่เหนือคำอธิบาย
❁ ❁ ❁
เมื่อใจได้ประสบพบเจอ คือมันไม่ดิ้นรน
ไม่ดิ้นรนไปในอดีต
ไม่ดิ้นรนไปในอนาคต
ไม่ดิ้นรนไปในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
มันจะเป็นความรู้อยู่เฉพาะตัว
❁ ❁ ❁
เมื่อมีกำลังของความตั้งมั่นแล้ว
ธรรมที่ไม่เคยได้ยินก็จะได้ยิน
ธรรมไหนที่ได้ยินได้ฟังมาแล้วก็จะกระจ่างชัดขึ้น
คลายความสงสัยเสียได้
สามารถปรับความเห็นให้ตรงต่อความเป็นจริงได้
จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส
มันจะประจักษ์ขึ้นมา
เหมือนเทียนที่ไม่มีลมมาพัดมัน
ส่องสว่าง รู้ได้ เห็นได้
ไม่มีอะไรมาปิดได้
มันจะเป็นภาวะความรู้ของใจเรา
มันจะกระจ่างในใจเรา
รู้ได้ เห็นได้
— พระอาจารย์ตะวัน ปัญญาวัฒฑโก