กุญแจก็คือการรู้จักตัวเอง เลือกกรรมฐานให้ถูกจริต

การปฏิบัติธรรมเหมือนการรักษาตัวเอง หมอต้องซักอาการก่อนจ่ายยา ซื้อเสื้อผ้าต้องวัดตัวก่อนว่าพอดีไหม การเลือกกรรมฐานก็เช่นกัน ถ้าไม่รู้จักตัวเองก็จะเสียเวลาลองผิดลองถูก กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่การรู้จักตัวเอง

จุดเริ่มต้นคือการเห็น "จริต" ของตัวเอง

  • ราคจริต — ยินดีติดใจใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส

  • โทสจริต — หุนหัน ฉุนเฉียว ผูกโกรธ

  • โมหจริต — โลเล ไม่ชัด ถูกชวนไปทางไหนก็ไป ทั้งดีทั้งชั่ว

  • วิตกจริต — ฟุ้งซ่าน กังวล คิดมาก

  • ศรัทธาจริต — เชื่อง่าย ชอบพิธีกรรม

  • พุทธจริต — ชอบศึกษา ชอบเหตุผลที่ตรงต่อความจริง

แต่ละคนมีได้หลายจริตปนกัน โดยมีโมหะเป็นพื้นซ่อนลึกที่สุด เพราะมันทำให้เรารู้สึก "เหมือนจะรู้ แต่ไม่รู้"

การจะเห็นจริตของตนต้องอาศัยการสังเกตใจตัวเองจริงๆ เช่น หลับตาลงแล้วมีแต่ภาพสวยงามวนเวียนก็เป็นราคะ ใจข้องอยู่กับความโกรธความอาฆาตก็เป็นโทสะ ท่านยกประสบการณ์ตัวเองที่เป็นโทสะจริตนำ เคยเก็บกดความโกรธมาตั้งแต่เด็กจนเกือบก่อเรื่องร้ายแรง และเล่าเรื่องเพื่อนที่ดูเรียบร้อยสงบเสงี่ยมแต่กลับก่อเหตุรุนแรงได้ เพื่อชี้ว่าบางอย่างซ่อนลึกอยู่ในใจโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว

เมื่อรู้จริต... วิธีแก้ตรงกับแต่ละแบบ

เมื่อรู้จริตแล้ว ท่านสอนว่ามีวิธีแก้ตรงกับแต่ละแบบแตกต่างกันออกไป

  • ราคะ: แก้ด้วยการพิจารณาอสุภะและความเป็นปฏิกูล

  • โทสะ: แก้ด้วยการเจริญเมตตา

  • วิตกจริต: แก้ด้วยการทบทวนศีลและศึกษาประวัติคำสอนของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ เป็นต้น

สติ... ฐานรากสำคัญที่สุด

หัวใจที่ท่านย้ำมากที่สุดคือ ไม่ว่าจริตใดก็ต้องมีสติเป็นฐานรากก่อนเสมอ เปรียบเหมือนบ้านที่ต้องมีเสาเข็ม การฝึกสมถะคือการปูฐานด้วยความรู้สึกตัวและความตั้งมั่น ถ้าฝึกสมาธิโดยไม่มีสติเป็นหลักก็อาจกลายเป็นวิปลาสได้

ฐานสตินี้ฝึกได้ผ่านอานาปานสติ กายคตาสติ และอนุสติต่างๆ เช่น ระลึกถึงพระพุทธเจ้า ธรรมะ ครูบาอาจารย์ ศีล และความตาย

ท่านทิ้งท้ายไว้ว่า — ตอนเริ่มต้นเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นจริตอะไร จึงให้เริ่มจากการฝึกสติและความรู้สึกตัวไปก่อน เมื่อใจเริ่มมีกำลังก็จะค่อยๆ เห็นจริตของตัวเองปรากฏขึ้นเป็นเงื่อนๆ ให้เรียนรู้ไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ท่านทิ้งท้ายว่าขอเพียงลงมือฝึกและหมั่นสังเกตใจตัวเอง แล้วหนทางจะปรากฏเอง

กราบสาธุ

Previous
Previous

จริงๆแล้ว..เรากำลังต่อสู้กับตัวเอง

Next
Next

ให้เรียนรู้ไปตามสถานการณ์